วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

ถ้าจะให้ศีลบริสุทธิ์รู้สึกว่าจะไม่หนักอะไรนัก ถ้ารู้จุดของเหตุนั่นคือ ถ้าเรามีพรหมวิหาร 4 ครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าศีลอะไรก็ดีไปหมดทุกอย่าง

แต่นอกจากจะมีพรหมวิหาร 4 ครบถ้วนแล้วก็ยังดีไม่พอ ต้องมีสติสัมปชัญญะควบคุมกำลังใจไว้เสมอ
เมื่อมีสติสัมปชัญญะควบคุมกำลังใจไว้แล้ว ถ้ามีสติสัมปชัญญะมากเกินไปก็มักจะเฟ้อเหมือนกัน ฉะนั้น ศึลที่จะทรงได้ดีนั้น อีกด้านหนึ่งจะต้องมีปัญญาเข้าไปควบคุม

ปัญญากับสตินี้จะต้องเท่ากัน ถ้าสติมากไปก็ฟุ้งอีก ปัญญามากไปก็ฟุ้งเกินไป
เวลาสตินึก ปัญญาก็ควบคุมว่า ไอ้สิ่งที่ตัวนึกไว้นี้มันถูกต้องตามสิกขาบทที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไหม เมื่อใช้สติสัมปชัญญะควบคุมอยู่ ถ้าจะให้ดีไปอีก ให้บริสุทธิ์จริง ก็จะต้องมีหิริและโอตตัปปะ คือมีความละอายในจิตที่เราคิดว่าจะทำลายศีล เกรงกลัวผลของความชั่วที่จะเกิดจากศีลถูกทำลายแล้ว......................................


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น